คันทรี่ กรุ๊ป ร่วมกับ บีซีอีจี ประกาศความร่วมมือทางการเงินกับ “ไชน่า ผิง อัน” ธนาคารใหญ่จากจีน เดินเครื่องพัฒนาโครงการ “เจ้าพระยา เอสเตท”



กรุงเทพฯ – 19 กันยายน 2559 : คันทรี่ กรุ๊ป ดีเวลลอปเมนท์ บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และการลงทุนในเครือคันทรี่ กรุ๊ป อัพเดทความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญ หลังได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากธนาคาร ไชน่า ผิง อัน ในการพัฒนาโครงการหรูริมแม่น้ำ “เจ้าพระยา เอสเตท” เผยความคืบหน้างานก่อสร้างแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ เป็นไปตามแผน

นายเบน เตชะอุบล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการบริหาร บริษัท คันทรี่ กรุ๊ป ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เรามีความยินดีที่จะแจ้งให้ทราบว่า บริษัทได้บรรลุข้อตกลงกับสถาบันการเงินชั้นนำ ซึ่งจะให้การสนับสนุนทางการเงินในการพัฒนาโครงการต่างๆ ภายในโครงการ ‘เจ้าพระยา เอสเตท’ โดยข้อตกลงดังกล่าวจะช่วยให้บริษัทสามารถเดินหน้าพัฒนาโครงการได้อย่างเต็มที่ และเราก็เชื่อมั่นว่าการผสมผสานที่ลงตัวของโฟร์ซีซั่นส์ ไพรเวท เรสซิเด้นซ์ กรุงเทพ โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ กรุงเทพ และโรงแรมคาเพลล่า กรุงเทพ จะเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับโครงการแบบผสมผสานระดับโลกด้วย”

สำหรับการสนับสนุนทางด้านการเงินในครั้งนี้มีมูลค่า 375 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อการพัฒนาโครงการเจ้าพระยา เอสเตทให้เสร็จสมบูรณ์ โดยเงินทุนดังกล่าวจะได้รับการบริหารจัดการโดยบริษัท แลนด์มาร์ค โฮลดิ้งส์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนที่ได้เพิ่มทุนแล้วเสร็จในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาระหว่างบริษัท คันทรี่ กรุ๊ป ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท บีซีอีจี ไทย อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด

บีซีอีจี หรือ Beijing Construction Engineering Group ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2496 ครองตำแหน่งบริษัทก่อสร้างชั้นนำทั้งในประเทศจีนและระดับโลก เป็น 1 ใน 50 บริษัทรับเหมาก่อสร้างที่มีรายได้ดีที่สุดในโลก มีพนักงานราว 20,000 คนทั้งในไซต์งานและสำนักงานสาขาในกว่า 20 ประเทศทั่วโลก

บีซีอีจีได้สร้างสรรค์ผลงานมาแล้วกว่า 130 ล้านตารางเมตร ในจำนวนนี้เป็นผลงานการพัฒนาโครงการที่เป็นแลนด์มาร์คสำคัญต่างๆ ในประเทศจีน อาทิ สนามโอลิมปิก 29 แห่ง อาคารสำนักงานไห่หนานแอร์ไลน์แห่งใหม่ โรงยิมมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีแห่งกรุงปักกิ่ง และศูนย์การประชุมแห่งชาติ เป็นต้น

นอกจากนี้ บีซีอีจียังสร้างสรรค์ผลงานระดับโลกอีกมากมาย อาทิ โครงการเมกะโปรเจคอย่าง “Al Reem Island” เฟส 1 ในกรุงอาบูดาบี ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โครงการโรงพยาบาลเอกชน Australian Varsity Lakes ในโกลด์โคสต์ ประเทศออสเตรเลีย อีกทั้งยังเป็นผู้ร่วมลงทุนและร่วมก่อสร้างโครงการ Airport City มูลค่า 800 ล้านปอนด์ภายในสนามบินแมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษนับตั้งแต่ปี 2556 อีกด้วย

“บีซีอีจีได้ร่วมงานกับพันธมิตรที่มีความแข็งแกร่งในหลากหลายธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งการได้ร่วมทุนกับคันทรี่ กรุ๊ปในครั้งนี้ ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของความร่วมมือระหว่างสองบริษัทใหญ่ที่มุ่งมั่นสร้างสรรค์ความเป็นเลิศในการก่อสร้างและการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์” นายซิง หยาน ผู้จัดการทั่วไป บริษัท บีซีอีจี อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กล่าว “และด้วยการสนับสนุนทางการเงินที่แข็งแกร่งจากธนาคารไชน่า ผิง อัน ทีมพัฒนาโครงการประจำประเทศไทยจะเดินหน้าการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้”

ในส่วนของ ‘ไชน่า ผิง อัน’ นั้น ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2531 เป็นบริษัทประกันภัยร่วมทุนแห่งแรกในประเทศจีน ปัจจุบันบริษัทได้ขยายธุรกิจให้มีความหลากหลายครอบคลุมสาขาต่างๆ มากมาย ทั้งในภาคการเงินและการธนาคาร โดยบริษัทได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้ และตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง ณ สิ้นปี 2558 กลุ่มไชน่า ผิง อัน มีทรัพย์สินรวม 4.77 ล้านล้านหยวน และได้รับการจัดอันดับอยู่ในลำดับที่ 32 ในฐานะบริษัทที่ดีที่สุดในโลกโดยนิตยสารฟอร์บส์ นอกจากนี้ บริษัทยังมีฐานผู้ใช้บริการทางอินเตอร์เนตราว 242 ล้านราย โดยยึดหลักในการดำเนินธุรกิจภายใต้หลักบรรษัทภิบาลเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ถือหุ้น ลูกค้า พนักงาน สังคม และผู้ร่วมธุรกิจ

“กลุ่มไชน่า ผิง อัน เชื่อมั่นในความร่วมมือแบบ Win-Win ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่สร้างผลดีให้กับทุกฝ่าย เรามุ่งมั่นเดินหน้าพัฒนาโครงการที่มีความยั่งยืนและมั่นคง ร่วมกับแบรนด์และองค์กรที่มีจุดมุ่งหมายเช่นเดียวกันกับเรา” นายเซี้ย จง ผู้จัดการทั่วไป ธนาคารผิง อัน กล่าว

สำหรับความคืบหน้าในการก่อสร้างอาคารหลักของโครงการโฟร์ซีซั่นส์ ไพรเวท เรสซิเด้นซ์ กรุงเทพ ณ แม่น้ำเจ้าพระยานั้น ปัจจุบันงานโครงสร้างจากชั้น LG ถึง L8 เสร็จสมบูรณ์ 100% แล้ว ในขณะที่งานก่อสร้างโรงแรมคาเพลล่า และโรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ นั้น มีความคืบหน้าตามแผนที่วางไว้ และคาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ตามกำหนด

นายเบน เตชะอุบล กล่าวเสริมว่า “การสนับสนุนทางการเงินเป็นปัจจัยที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับการพัฒนาโครงการในระดับบน ในส่วนของการก่อสร้างนั้น ได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ช่วงไตรมาส 3 ปี 2557 และด้วยเงินสนับสนุนก้อนนี้ ผนวกกับความแข็งแกร่งของพันธมิตรทางธุรกิจ เราเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าโครงการจะเสร็จสมบูรณ์ตามกำหนดในช่วงไตรมาส 4 ของปี 2561”

โครงการเจ้าพระยา เอสเตท ตั้งอยู่บนพื้นที่ 35-2-68 ไร่ บริเวณริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา มีพื้นที่ติดริมแม่น้ำยาว 350 เมตร ซึ่งถือเป็นพื้นที่ริมน้ำที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ เป็นโครงการที่พัฒนาในรูปแบบมิกซ์ยูสหรือผสมผสาน ประกอบด้วยโครงการที่พักอาศัย โฟร์ซีซั่นส์ ไพรเวท เรสซิเด้นซ์ กรุงเทพ ณ แม่น้ำเจ้าพระยา และโรงแรมระดับเวิลด์คลาส 2 แห่ง ได้แก่ โฟร์ซีซั่นส์ กรุงเทพ ณ แม่น้ำเจ้าพระยา และคาเพลล่า กรุงเทพ มีมูลค่าโครงการกว่า 32,000 ล้านบาท ถือเป็นโครงการที่ใหญ่ที่สุดของคันทรี่ กรุ๊ป และเมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จจะกลายเป็นแลนด์มาร์คริมแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งใหม่

สำหรับผู้สนใจ สามารถเข้าชมห้องตัวอย่างได้ที่สำนักงานขาย โครงการโฟร์ซีซั่นส์ ไพรเวท เรสซิเด้นซ์ กรุงเทพ ซึ่งตั้งอยู่ ณ ที่ตั้งโครงการ ถนนเจริญกรุง 64 หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ chaophrayaestate.com.